ในวันที่ใจเหนือกว่าสังขาร พระครูปลัดวิโรจน์ PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 2
แย่ดีที่สุด 

Pharkru_virojจากอดีตชายหนุ่มจากเมืองหลวง วิโรจน์ สีบุญเรือง ผู้อยากหลีกหนีจากความสับสนวุ่นวายของเมืองใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนา ของพระครูปลัดวิโรจน์ พระผู้มีความแตกต่างจากบุคคลทั่วไปในทางด้านสังขารร่างกาย จากโรคร้ายโปลิโอ อันเป็นโรคที่ไม่มีคนรู้จักในครั้นที่ยังเด็ก แต่แรงศรัทธาแห่งพุทธศาสนา และความไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา

เป็นเสมือนเส้นทางสายหลักอันนำไปสู่ความสุขสงบอย่างแท้จริง แม้ว่ายังมีโรคร้ายที่ยังรุมเร้าอย่างไม่หยุดหย่อน แต่การมองโลกในแง่ดีๆ เสมือนหนึ่งบททดสอบของชีวิต ในทางเดินสีขาวอันยาวไกล เพื่อไปสู่ปลายทางของแสงแห่งธรรม


คลิบวิดีโอ ช่วงที่ 1



คลิบวิดีโอ ช่วงที่ 2


คลิบวิดีโอ ช่วงที่ 3

คลิบวิดีโอ ช่วงที่ 4

 

Phrakru_viroj

“เริ่มต้นเดิมทีอาตมาเริ่มบวชที่วัดธาตุทอง แต่ด้วยความที่ว่าเป็นวัดในเมืองหลวง ก็ไม่สะดวกนักที่จะศึกษาธรรม จึงอยากมาอยู่ในต่างจังหวัดไกลๆ สัปปายะ (สิ่งที่เหมาะกัน สิ่งที่เกื้อกูล ช่วยสนับสนุนในการบำเพ็ญภาวนาให้ได้ผลดี ช่วยให้สมาธิตั้งมั่น ไม่เสื่อมถอย) มากกว่า ก็มาอยู่ที่สระบุรี ก็มีหลวงตาท่านแนะนำว่า ที่ลพบุรี มีสำนักสงฆ์ที่หนึ่งเป็นเพิงไม้ ไม่ได้เจริญอะไร เป็นพื้นดินที่แห้งแล้ง ก็เลยลองอยู่ดู เงียบสงบดี ก็ค่อยๆพัฒนากันไปเรื่อยๆมา จนวันนี้ก็ 7 ปีแล้ว”

Phrakru_viroj


สำนักสงฆ์สุวรรณหงษ์ (เขาจีนแล2) อาจจะไม่ได้มีญาติโยมอุปฐากมากนัก แต่หลวงพ่อก็ยินดีที่ส่วนใหญ่คนที่มาก็มาด้วยแรงศรัทธาอย่างแท้จริงเพราะการเดินทางยาก ลำบากพอสมควร
“ปัญหาหลักๆจริงๆของที่นี่ก็คือเรื่องน้ำไม่มีน้ำมา 4 ปีแล้ว ป่าไม้ถูกทำลายมาก บ่อน้ำต้องอาศัยคนขุด แต่ขุดลงไปได้ไม่มากก็ไม่มีอากาศจะหายใจแล้วเพราะบ่อที่มีลึกประมาณ 7 เมตร แต่ถ้าจะขุดให้มีน้ำจริงก็คงต้องขุดกันเป็นร้อยเมตร อาตมาคงทำไม่ไหว ก็มีทหารนำน้ำมาให้ ใช้อย่างประหยัด”


Phrakru_viroj


ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ได้อาศัยการบิณฑบาตร จากคนในหมู่บ้าน โดยหลวงพ่อแม้ว่าจะเดินเหินลำบากแต่ก็ต้องใช้ไม้เท้าพยุงไป หากวันไหนญาติโยมใส่บาตรน้อยก็ฉันมื้อเช้าแต่เพียงมื้อเดียว แต่ก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าหลวงพ่อจะกังวลอะไรมาก อาจจะด้วยการปลงตก อดทน และวางเฉยในสิ่งที่เป็น เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดนับแต่เลือกที่จะปฏิบัติธรรม ณ สำนักสงฆ์แห่งนี้


Phrakru_viroj


“เวลาที่เจ็บป่วยต้องโทรศัพท์ไปว่าจ้างคนที่อยู่ในตัวเมืองมารับให้พาไปรักษาตัว ก็มีค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น ค่ารถมากเสียกว่าค่ารักษา ก็พยายามจะไม่เจ็บป่วย
สมัยก่อนมีสุนัขอยู่ 20-30 ตัว คนมาปล่อยบ้าง ก็ต้องเลี้ยงไว้ ตอนนี้เหลือไม่มากเพราะตายจากการที่ไปกินอะไรตามไร่ตามสวนก็มียาเบื่อ ยาฆ่าแมลงก็ตายไป บางตัวก็ให้พาไปหาหมอรักษา ก็ประคับประคองกันไป ที่นี่มีพระจำอยู่ 3 รูป มีน้อยเพราะต้องอดทนสูง มันลำบาก ไม่มีใครมาสนับสนุนช่วยเหลือ ต้องช่วยเหลือกันเอง”



Phrakru_viroj


พระครูปลัดวิโรจน์ มีความผิดปกติของร่างกายคือ เป็นโปลิโอรุ่นแรกของประเทศ พศ.2495 ในขณะนั้นแพทย์ไม่รู้ว่านี่คือโรคอะไร อยู่ในการดูแลของแพทย์ของ รพ.ศิริราช เป็นเหมือนหนูทดลอง ใช้ยาไป 900 กว่าเข็ม หมอก็เสียก็ยุติโครงการไป การปฏิบัติธรรมและกิจกรรมในแต่ละวัน ก็ยากลำบากต่อหลวงพ่อไม่น้อยเพราะต้องทำแทบจะทุกอย่างในวัด ไม่ว่าจะบิณฑบาตร กวาดวัด ขัดห้องน้ำ ปฏิบัติธรรม เฉกเช่นกับพระปกติทั่วไป

Phrakru_viroj


“เคยตกเขา 4 ครั้ง เพราะลื่น ยั้งไว้ไม่อยู่ กลิ้งลงจากบันได ข้อมือเดาะ รักษาตัวเองก่อนพอเริ่มดีขึ้น ก็ว่าจ้างให้ชาวบ้านพาไปหาหมอ ก็ปรากฏว่ากระดูกร้าว เอ็นฉีก ที่วัดไม่มีรถไม่มีอะไร ต้องรอให้คนพาไป ก็อาศัยว่าดูแลตัวเองไป บางทีมีชาวบ้านมาขอข้าวปลาอาหารเราไม่มีก็ต้องให้เค้า เป็นพระก็ต้องให้ ขาขวาตอนนี้ก็ที่เห็นว่าเป็นโปลิโอ ขาซ้ายก็ข้อเข่าเสื่อมอีก ก็เดินเหินลำบากมากขึ้น แต่ปัญหาจริงๆที่กังวลในตอนนี้คือสายตา เพราะเป็นโรคสายตาสั้นไม่หยุดต้องเพิ่มขนาดเลนส์ตลอด กระบอกตามีปัญหา(ปัจจุบันสั้นกว่า 1000 แล้ว) การรักษาก็เสี่ยง ต้องใช้มีดกรีด หมอก็กลัวไม่กล้าผ่า เพราะมีโอกาสครั้งเดียว ถ้าพลาดก็บอด ตาตอนนี้ก็พร่ามัวอยู่ตลอด แต่ก็ต้องอยู่กันไป อาศัยคิดว่า คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ก็พอ ทำวันนี้ดี พรุ่งนี้ก็ดีเอง และอดีตก็จะดีตามไป หน้าที่เราคือสงฆ์ แผ่เมตตาไป ธรรมมะช่วยได้มาก แต่ไม่ได้หวังอะไรจากใคร ใครจะเห็นหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำดีต่อไป ปฏิบัติธรรม”


Phrakru_viroj

เมื่อถามถึงเหตุผลที่หลวงพ่อมาบวชก็ได้รับคำตอบว่าต้องการชำระจิตใจ ตอบแทนในทางโลกไปหมดแล้ว ให้ทุกคนไปหมดแล้ว

Phrakru_viroj


“ก่อนจะบวชก็ได้บอกโยมแม่ว่า จะบวชแล้วนะ โยมแม่ก็ถามว่าจะบวชเมื่อไร ก็บอกว่าพรุ่งนี้ แล้วก็ไปบวช พระที่บวชให้ที่วัดธาตุทองอาตมาท่านก็ถาม ว่าเธอมาบวชนี่ต้องการบวชกายหรือบวชใจ ก็ตอบว่าบวชใจ ท่านก็บอกดีแล้ว ถ้าเธอบวชใจ กายเธอก็บวชด้วย ถ้าบวชกายอย่างเดียวใจไม่บวชก็ไม่ใช่พระ
ชีวิตทางโลกถ้าเรากดดันเราก็ระบายออกได้ แต่ถ้าเป็นพระต้องเก็บไว้ อดกลั้น อดทน ใช้อุเบกขา(การวางเฉย) ถ้าเราไปแสดงออกทางอารมณ์ก็ไม่เหมาะสม มีมากก็ละโมบไม่ได้ ถ้าภาวนาว่าจะไปนิพพาน ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ก้าว 3 ก้าว ก็ต้องถอยสักก้าว เพื่อมาพิจารณาในสิ่งที่ทำไป”


Phrakru_viroj


แม้ร่างกายนั้นจะไม่เอื้ออำนวยเฉกเช่นคนปกติที่เป็น แต่หลวงพ่อก็มีสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงการเสียสละของหลวงพ่ออย่างชัดเจน คือการบริจาคโลหิตอย่าง ต่อเนื่องมาถึง 139 ครั้ง จนได้รับพระราชทานพัดกาชาดสมนาคุณชั้นที่ 3,2และ 1 ตามลำดับ

Phrakru_viroj


“ร่างกายอาตมาหลังจากละสังขารแล้วก็บริจาคทั้งหมดให้ รพ.ศิริราช อวัยวะบางส่วนให้สภากาชาดไทย ชิ้นส่วนไหนใครเอาไปใช้ประโยชน์ได้ก็เอาไปเถอะ ไม่ยึดติด ไม่มีอะไร ใครมีปัญหาชีวิต เกิดมาที่ได้เกิดเพื่อมาสร้างความดี ใครทำร้ายตนเองก็คิดผิดถ้าไตร่ตรองเสียหน่อย มีครอบครัว รักครอบครัวไว้ ถ้าเราไปซะคนหนึ่งครอบครัวจะทำอย่างไร อย่าตัดช่องน้อยแต่พอตัว นึกถึงผลที่จะตามมา ”

Phrakru_viroj

สำหรับหลวงพ่อแล้วก็อาจจะเคยน้อยใจในโชคชะตาอยู่บ้างในครั้งยังเป็นฆราวาส แต่เมื่อคิดว่าสังขารนั้นเป็นแต่เพียงสิ่งที่ปรุงแต่มา ยึดติดสังขารไปไม่ได้ตลอด วันหนึ่งก็ต้องผุพังลงไป ก่อนจะละสังขารไปก็ทำให้ดีทิ้งสิ่งที่ดีไว้แก่คนรุ่นหลัง ธรรมทายาทรุ่นต่อไป ก็ต้องสืบเนื่องต่อไป เสมือนการก้าวย่างไปแต่ละขั้นช้าๆ แต่มั่นคง ด้วยความเคารพตนเอง และทิ้งสิ่งดีๆไว้ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

Phrakru_viroj


บัญชีที่สามารถบริจาคได้
ชื่อบัญชี พระวิโรจน์ สีบุญเรือง ธนาคารกรุงเทพ สาขา สระแก้ว ลพบุรี
หมายเลขบัญชี 391-0-55590-7

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในวัดคือ หินที่งอกออกมาจากถ้ำซึ่งดูคล้ายพระสังกัจจายน์

Phrakru_viroj



Phrakru_viroj



Phrakru_viroj



Phrakru_viroj



ขอขอบคุณ สำหรับบทความที่มีคุณค่ายิ่ง จาก http://www.thaicenternews.com/